Latest news

ฟัลเการหิฟแา

ฟัลเกา Is back ดาวยิงโคลัมเบียรู้สึกตื่นเต้น และตระหนักกลัวว่า หลังจากอาการบาดเจ็บของเค้าในช่วงโค้งสุดท้ายของฟุตบอลโลก ทำให้เค้าต้องพลาดแมตช์สำคัญที่สุดในชีวิตของนักฟุตบอลอาชีพ คือการได้รับใช้งานบ้านเกิดของตัวเอง ที่บราซิลซึ่งได้แต่นอนอยู่บนเตียง แต่ฟัลเกาก็เหมือนชุบชีวิตใหม่อีกครั้งกับการเซ็นสัญญาที่ถูกยืมตัวมายังทีมใหญ่แห่งเกาะอังกฤษอย่างผีแดง Manchester United โดยพ่วงออฟชั่นในการซื้อขาดในฤดูกาลต่อไป

ซึ่งฟัลเการู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้กลับมาลงสนามและเป็นนักฟุตบอลอาชีพอีกครั้งกับต้นสังกัดใหม่ เค้าแทบรอไม่ไหวที่จะลงเตะกับผีเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าผู้เล่นระดับเค้านั้นเป็นระดับโลกได้ดีคนนึงเช่นกันในตำแหน่งกองหน้า โดยค่าตัวอาจจะเป็นแค่ตัวบอกเล็กๆแล้วว่าเค้ามีดีแค่ไหน ซึ่งยังมีทีมใหญ่ๆอีกหลายทีมพร้อมทุ่มให้ฟัลเกาไปร่วมทีม แต่ทีมที่เข้าวินเป็น ผีแดงไปซะก่อนแล้ว โดยก่อนฟุตบอลโลกที่บราซิล ฟัลเกามีแมตซ์ที่ทำให้เค้าไม่ได้ไปฟุตบอลโลกกับเพื่อนเนื่องจาก เป็นเกมกระชับมิตรกับ ฝรั่งเศส และทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ เอ็นหัวเข่าซ้ายในที่สุด จำเป็นต้องพักตัวยาวเพื่อรักษาตัว และตอนนี้เค้าได้หายดีแล้วและจะกลับมาเป็น ยอดกองหน้าของโลกอีกครั้ง

โดยทางด้านของทีม โมโนโก ที่ยอมปล่อยฟัลเกา ออกมานั้น ทำให้ทั้งโลกช๊อกพอสมควรเพราะก่อนหน้าได้ปล่อยตัว Jame Rodriguez ออกมาให้กับทีม Real Madrid ด้วยค่าตัวกว่า £80m เกือบเทีบบเท่าเบลและโรนัลโด้ และด้วยวัยที่ยังหนุ่ม โดย Jame Rodriguez นั้นแจ้งเกิดอย่างมากในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา โดยครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูกาลฟุตบอลโลก เป็นเครื่องยืนยันบอกความเจ๋ง โมนาโก ได้ทำการปล่อยสตาร์ทั้งสองคนออกจากทีม ซึ่งดูเหมือนเป็นทีมที่มีเงินเป็นถังอย่าง โมนาโก จะหมดไฟในการไลล่าแชมป์ไปดื้อๆ ก็น่าสงสารแฟนบอลของ โมนาโก ที่ต้องเสียนักเตะคุณภาพไปถึง 2 คน

1ราดาเมล ฟัลเกา
ราดาเมล ฟัลเกา วัย 28 กระรัตนั้น เพิ่งหายเจ็บจากช่วงปิดพักฤดูกาลและเพิ่งกลับใช้งานได้ โดยทาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นจะต้องจ่ายเสียหายครั้งนี้ ราวๆ 12 ล้านปอนด์ และยังต้องแบกรับค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ อีกด้วย โดยแห่ลงข่าวอ้างว่าก็เหมือนเป็นการซื้อขาดเพียงแต่กลัวกฎการเงิน จาก ฟีฟ่า เท่านั้นก็เลยต้องทำเป็นขอยืมไปก่อนเพราะต้องการขายนักเตะอีกหลายคนแต่ก็ไม่มีทีมไหนให้ราคาแบบจริงจังก็ต้องรอนักเตะที่เป็นส่วนเกินของทีมหมดสัญญาไปเอง ไม่ว่าจะเป็น มารูยาน เฟลไลนี, แอนเดอร์สัน, หลุยส์ นานี, วิลเฟรด ซาฮา แค่เห็นชื่อแล้วแฟนผีแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นั้นก็คงรู้ผีเท้าดีว่าเทพแค่ไหน ส่วนแข้งที่ขายไปแล้วก็มี ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ และ ชินจิ คากาวะ นั่นเอง ตัวที่อยากเก้บไว้ก็ดันขายตัวที่อยากขายมันก็ได้ลงตัวจริงมันทุกนัดจริง ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่า ราดาเมล ฟัลเกา นั้นจะสามารถตอบโจทย์ของแฟนผีได้หรือเปล่า ทั้งๆ ที่เหล่าสาวกอยากจะได้กองหลังใจจะขาด เอาล่ะวะกำขี้ดีกว่ากำตด

ในการซื้อขายนักเตะปีนี้ก็เหล่าสาวกต้องขอบคุณ เอ็ด วู้ด เวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำไหน้าที่ได้ดีเหลือเกินต่างจากปีที่ได้ลิบลับแล้วที่ได้ศิษย์รักของ เดวิด มอยส์ อย่าง มารูยาน เฟลไลนีมาแค่คนเดียว ในนัดต่อไปของทางแมนยู วันที่อาทิตย์ 14 กันยายนที่กำลังจะมาถึงก็จะเป็นแมตที่กดดันทีมแมนยูแมตหนึ่ง เพราะผ่านมา 3 นัด แมนยูไม่เคยสามารถเอาชนะได้เลย ทั้งที่กว้านซื้อนักเตะระดับ top ๆมา ครองไว้หลายคน และหวังว่าในนัดนี้ ราดาเมล ฟัลเกา คงจะได้ลงวาดรวดลายให้กับแฟนผีแดงได้ชมกัน

อาร์ตูโร่-วิดัล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตทีมยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษ กำลัง เดินหน้าคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดัล วัย 27 ปี มิดฟิลด์จอมบู๊ของทีม ยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลี อย่างหนัก หลังจากทีม ผีแดง เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัว อังเคล ดิ มาเรีย ตัวรุกจากทีม ราชันชุดขาว มาร่วมทัพเมื่อวานที่ผ่านมา
ระหว่าง ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์ตูโร่ วิดัล นักเตะทีมชาติชิลี ตกเป็นข่าวพัวพันในตลาดซื้อขายนักเตะกันมาตลอดในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยทีม “ปีศาจแดง” ต้องการตัวนักเตะรายนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับขุมกำลังของพวกเขาด้วยการซื้อนักเตะระดับโลกมาร่วมทีม “ปีศาจแดง” อีกสัก 1 หรือ 2 คน ให้ได้ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบแรก จะปิดตัวลง ในวันจันทร์ที่ 1 กันยายนนี้
โดยคาการณ์ว่า ยอดทีมจากอิตาลี จะตั้งค่าตัวแข้งวัย 27 ปี รายนี้เอาไว้สูงมาก และปัญหาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการทุ่มเงินสูงถึงขนาดนั้น เพราะนักเตะทีมชาติชิลี เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างหนักบริเวณหัวเข่านั่นเอง จึงเป็นที่คาดกันว่า ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะยื่นข้อเสนอที่เน้นผลงานในสนาม และจำนวนนัดที่นักเตะลงสนามเป็นหลัก

11อาร์ตูโร่ วิดัล

เพราะทีมกลัวว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนในปี 2009 ตอนที่ทีมซื้อตัว โอเว่น ฮาร์กรีฟ นักเตะทีมชาติอังกฤษมาร่วมทัพด้วยค่าตัวสูงถึง 17 ล้านปอนด์ แต่ตลอดระยะเวลา ตัวนักเตะเองต้องพบกับอาการบาดเจ็บหลายต่อหลายหน จนทำให้สามารถลงสนาม ช่วยทีมได้เพียง 39 นัด โดยวิธีดังกล่าวน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหนักเตะที่มีปัญหาบาดเจ็บอยู่